Tuesday, April 27, 2010

Journal to England: Bath

บทที่สอง เมืองบาธ(Bath)

ที่นี่คือบรรยากาศของเ้มืองบา่ธ





(บน)บ้านเมืองที่นี่มันเป็น สถาปัตยกรรมแบบสไตล์กอธิค



 โอ้ลืมบอกไปว่า เมืองนี้มีชื่อว่าBath ที่นี่มีที่มาคือ





สถานที่ทางซ้ายมือ นี้ 
สถานที่ที่รู้จักกันดีในอังกฤษว่าเป็นสถานที่ต้นๆในอังกฤษที่ถูก บันทึกลงใน UNESCO ว่าเป็นมรดกโลก ที่นี่มีชื่อว่า
"Roman BATH"






สถานที่นี้ย้อนกลับไปสมัยที่โรมันยึดครองอังกฤษจากชาวพื้นเมืองเคลต์
เป็นเวลา300-400ปี

นี่คือรอยสักชาวเคลต์ 
(ล่างขวา)สาวๆชาวเคล




































 




(ซ้ายบน)นักรบชาวเคลต์










ชาวโรมัน


กลับเข้าเรื่องดีกว่า........และที่นี่เดิมทีมันคือน้ำพุธรรมชาติของชาวเคลต์ที่ชาวเคลต์หวงแหนมาก

และโรมันนำโดยทหารของจักรพรรดิออกัสตัสก็ยึดครองสถานที่นี้จากชาวเคลต์สำเร็จและทำโรงอาบน้ำคลุมน้ำพุศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้และกลายเป็นโรงอาบน้ำที่ราคาแพงหูฉีกในสมัยนั้นราคา 10 Danarii (หรือราคาคร่าวๆประมาณ 1000-1200 บาท ไม่แน่ใจนะเพราะราคาทองมันขึ้นๆลงๆก็ขออภัยมาที่นี่ด้วย)ต่อครั้ง
 น้ำที่นี่กินได้ด้วยแต่เข้าห้ามกินน้ำในสระนะ เอามีน้ำให้ชิมอยู่ในภัตตาคาร ROMAN BATH ราคาแก้วละ 1.5 ปอนด์(75 บาท)
รสชาติกร่อยๆ ใครไม่เคยชิมรสกร่อยๆเตรียมตัวเตรียมใจอ้วกแตกได้เลย



ที่นี่คือห้องควบคุมไอน้ำ ไอ้เสาพวกนี้มีใว้ค้ำแผ่นทองแดงหนา 3 นิ้ว และคลุมด้วยหินอ่อนที่อยู่ข้างบนให้ทำสปา ควันกำมะถันจะเป่าขึ้นบนห้องนั้่นและก็ 
โอ้โห สบายอย่างบอกไม่ถูก
แต่ถ้าเป็นที่อื่นจะไม่ใช่ควันกำมะถันก็อาจจะมีเตาผิงซึ่งทำงานโดยทาส



พอออกมามีแต่คนประกอบอาชีพเจ๋งๆและมหัศจรรย์ที่สุดเท่าที่เคยมีมาและอย่าดูเปล่าๆนะครับโยนเหรียญด้วยเพราะพวกเขาคือพนักงานเปิดหมวกขายฝีมือครับ
(ผมไม่อยากเรียกครับกรุณาคิดเอาเอง)








 และก็เดินทางต่อมาที่เเมนเชสเตอร์รอบทที่สามละกันบายบาย


No comments:

Post a Comment

Freebacklinks