Thursday, January 28, 2010

เล่าสู่กันฟังตามประสาเด็กราม:ภัตตาคารอาหาร Royal dragon Resturant;Bangna-trad

 กลับมาอีกครั้งของเด็กรามเช่นผม

 อ๊าก..............




ที่นี่ตั้งอยู่ ณ ถนนบางนา-ตราด



         ที่นี่ดูบรรยากาศให้อารมย์จีนแบบสุดๆเหมือนที่ๆแห่งหนึ่งอย่างที่..........เมืองพันปีที่อยู่ในเสฉวนยังไงยังงั้น แบบว่าจีนสุดๆ มีคาราโอเกะ ห้องจัดเลี้ยง งานแต่ง และโอกาสพิเศษต่างๆ

และที่นี่เคยถูกลงกินเนสบุกค์ว่าเป็นภัตตาคารที่ใหญ่ที่สุดในโลกในปีค.ศ. 1992 ด้วยล่ะ
โอ้โห โคตรเก่งเลยพี่ไทย(เชื้อสายจีน)


ที่นี่มีลานกว้าง(กว้างจริงๆ)มีงานจัดการแสดงแสนตระการตาและยิ่งใหญ่อลังการจัดใว้ให้พวกนักท่องเที่ยวได้ชมกับอย่างตื่นตาตื่นใจ

Monday, January 4, 2010

เยี่ยมเยือนไร่ของ Jim Thomson ณ จังหวัดนครราชสีมา




            คริสต์มาสเพิ่่งผ่านพ้นไปไม่ถึง 5-6วันก็ปีใหม่อีกแล้ว
ทุกๆคนก็มัวแต่ยุ่งกับการเดินทางไปนู่น ไปนี่ ไปนั่น ไปโน่น และแน่นอนผมก็ไป สถานที่ๆมีชื่อเสียงมากที่หนึ่งของเมืองย่าโมคือ ไร่ Jim Thompson
ประวัติคร่าวๆคือเขาเป็นชาวอเมริกันที่ถูกส่งมาทำงานทำภารกิจร่วมกับหน่วยเสรีไทยสู้กับประเทศอักษะและฟื้นฟูสถานฑูตอเมริกาประจำประเทศไทย
และท่านชื่นชอบประเทศไทยมากจนเมื่อสงครามโลกครั้งที่ ๒ จบลงเขากลับไปที่อเมริกาเพื่อทำการปลดประจำการตนเองและกลับมาอยู่ที่เมืองไทย
และเขาก็หายตัวไป..............
                เดินทางเข้าไปลึกมากๆ 23 กิโลเมตร ตอนแรกก็นึกว่ามันจะใหญ่ที่ใหนได้สู้โชคชัยไม่ได้เลย
แต่พูดถึงการลงทุนนี่เขาทำได้ไม่แพ้โชคชัย




                    ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย โดยเฉพาะผลไม้แปลกๆ ซึ่งทำผมตกใจมาก



         ต่อไปคือการนั่งรถมาลัยชมดอกทานตะวัน     ตอนเช้าจะเปนเวลาที่ดอกทานตะวันจะสวยที่สุดล่อเอาคนบนรถมาลัยเกือบทุกคนอ้าปากหวอและร้องประสานเสียงว่า "โอ้โห อู้หู อี้หยี(เซ็นเซอร์วันละนิด จิตแจ่มใส)"





ถึงลานช็อปปิ้งแล้วเย่



          หลังจากนั้นผมก็ลงไปช็อปปิ้งโดยเฉพาะไอ้ที่อยู่บนนิ้วผมนั่นไม่ใช่ส้มจิ๋วนะครับแต่เป็นฟักทอง


            เดินไปอีก200เมตรจากลานช็อปปิ้ง ก็ถึงหมู่บ้านชาวอีสาน........แหมบักจิมแกชอบอะไรอย่างนี้ไม่เลวนะเนี่ย เห็นยังงี้แล้วนึกถึง มาร์ติน วีลเลอร์(Martin Wheeler........ผู้ดัดล้อ???)อ๋อไม่ใช่ชื่อเขาอาจจะแปลว่าพวงมาลัยก็ได้ใครจะรู้




                     โอ้โห ทุ่งเหลืองอร่าม





ฟังทองเรียงกันเป็นแถวเพื่อเวียนเทียน
เอ๊ยให้พวกเราถ่ายรูปกัน

ต่อไปเราก็จะเริ่มโครงการไปดูวิธีทำข้าวสารแล้วล่ะครับ

แหม.....พี่ไม่ต้องทักทายก็ได้........


สมัยพวกเราทุกคน(ที่เิกิดพ.ศ.2532)
เรียนหนังสือก็คงจะเคยเรียนหนังสือและคุณครูก็จะสอนเราเสมอว่าห้ามพวกเรากินทิ้งกินขว้าง
เพราะข้าวทุกๆเม็ดนั้นไม่ได้ทำง่ายๆถึงแม้จะมีเทคโนโลยีการเกษตร(สูงมากจนเกินไปมันก็ทำลายสิ่งแวดล้อม)ที่ช่วยบ้างก็เหอะ 
จนผมได้มีโอกาสได้มาเรียนภาคปฏิบัติ
ก็วันนั้นแหละ

 



ฮึ่ยย่า

อ้อก่อนไปผมขอสาธยายเรื่องห้องน้ำที่นี่หน่อย....ที่นี่หรูมาก
และมีคนแอบบ่นแบบลวกๆว่า
"ของที่นี่โคตะระแพงเลยข้าเป็ผู้สูงอายุขอยื่นบัตรผู้สูงอายุลดราคาได้ใหมเนี่ย"
โหๆลุงที่นี่ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ของราชการนะครับ
สุดท้ายผมก็นำเสนอชิ้นสุดท้ายก่อนไปละกัน

ลาก่อนค่อยเจอกันใหม่


Sunday, January 3, 2010

B.E.2553(2010 A.D.) Happy new year

                      การเดินทางของผมได้มาถึงปีที่ 3 ในรามคำแหง ในสายตาหลายๆคนอาจจะครุ่นคิดไปว่ามันโกโรโกโส กะโปโลทั่ง ดูเก่า ไม่ปรับปรุงแต่ที่นี่ดูมีความเมตตามากกว่าที่อื่นๆ ตรงที่เขาให้โอกาสคนที่สอบไม่ผ่าน,ไม่มีโอกาสเรียนต่อ,คนทุกชนชั้น,และผู้ที่ทำงานแล้ว
                      เป็นมหาลัยที่มีดีไม่แพ้ที่อื่นๆตรงที่มีกิจกรรมที่เยอะมากๆไม่ว่าจะยิงปืน ยิงธนู ยูโด เคนโด(ที่ๆผมสังกัดอยู่) คาราเต้(ย้ายไปจุฬาแล้ว) มวยไทย เครื่องคนตรีไทย-จีน(ทุกๆวันอาทิตย์)-ญี่ปุ่น(เป็นบางเวลาไม่แน่นอน)
                      ปีใหม่ปีนี้ชมรมเคนโด้ไม่ได้หยุดพัก แต่ก็ไม่ค่อยมีใครมาเท่าใหร่ เพราะทุกคนเริ่มกลับบ้านเกิดตั้งแต่วันที่30/12/2552 แน่นอน ได้ข่าวว่ามวกเหล็กรถติดมากๆๆๆๆ และวันที่ 3-4/1/2553ก็เป็นแบบเดียวกัีน
                     

Freebacklinks